Description
...
บทเพลงปริศนาที่ถูกโพสต์ลงบน Inter-Knot โดยผู้สร้างนิรนาม ซึ่งได้แรงบันดาลใจจากภาพหลอนของผู้ที่หลงทางใน Hollow ท่วงทำนองหยุดลงอย่างกะทันหันในช่วงกลางเพลง แต่กลับได้รับความนิยมเป็นอย่างมาก เนื่องจากถ่ายทอดความสิ้นหวัง และความสับสนของการดำดิ่งสู่ Hollow ได้อย่างสมบูรณ์แบบ
ลือกันว่า หลังจากที่หลงทาง เคยมีนักสำรวจเลือกที่จะไม่รอความช่วยเหลือ และปล่อยให้ท่วงทำนองนี้ เป็นผู้นำทาง และเดินไปใน Hollow อย่างล่องลอย ความเจ็บปวดจากการถูกกัดกร่อน ทำให้แทบมองไม่เห็นทาง แต่ท่วงทำนองยังคงดังก้องอยู่ในหู จนท้ายที่สุด เขาก็พบทางรอดราวกับปาฏิหาริย์
หลังจากนั้น นักสำรวจผู้กลับมาจากขุมนรกผู้นี้ ก็ได้กลายเป็นนักแต่งเพลงที่มีชื่อเสียงพอตัว และแต่งท่อนหลังของบทเพลงนี้จนจบ
ลือกันว่า หลังจากที่หลงทาง เคยมีนักสำรวจเลือกที่จะไม่รอความช่วยเหลือ และปล่อยให้ท่วงทำนองนี้ เป็นผู้นำทาง และเดินไปใน Hollow อย่างล่องลอย ความเจ็บปวดจากการถูกกัดกร่อน ทำให้แทบมองไม่เห็นทาง แต่ท่วงทำนองยังคงดังก้องอยู่ในหู จนท้ายที่สุด เขาก็พบทางรอดราวกับปาฏิหาริย์
หลังจากนั้น นักสำรวจผู้กลับมาจากขุมนรกผู้นี้ ก็ได้กลายเป็นนักแต่งเพลงที่มีชื่อเสียงพอตัว และแต่งท่อนหลังของบทเพลงนี้จนจบ
01
ส่วน [1]
ส่วน [1]
...
01
ส่วน [1]
ส่วน [1]
สนิมบนข้อมือเฝ้ากัดกินวันเวลา
กำแพงที่เย็นเยียบคือที่พิงหลังเพียงหนึ่งเดียว
เคยชินเสียแล้วกับภาระอันหนักอึ้ง
ลมหายใจที่อึดอัดวนเวียนซ้ำแล้วซ้ำเล่า
เคี่ยวกรำตนจนกลายเป็นฝุ่นธุลีที่ผุพัง
กำแพงที่เย็นเยียบคือที่พิงหลังเพียงหนึ่งเดียว
เคยชินเสียแล้วกับภาระอันหนักอึ้ง
ลมหายใจที่อึดอัดวนเวียนซ้ำแล้วซ้ำเล่า
เคี่ยวกรำตนจนกลายเป็นฝุ่นธุลีที่ผุพัง
02
ส่วน [2]
ส่วน [2]
...
02
ส่วน [2]
ส่วน [2]
ความคิดหลอมละลายดั่งเทียนไข หยดลงสู่ทะเลสาบไร้ก้นบึ้ง
โลกหลุดล่อนประหนึ่งสีเคลือบ เงาเต้นรำอยู่บนเพดาน
นกจากแดนไกลบินผ่าน ทิ้งไว้เพียงเสียงร้องที่ขาดห้วง
ส่วนตัวฉันร่วงหล่นอย่างไร้น้ำหนัก แยกไม่ออกว่านี่คือเสียงละเมอหรือการหลงทาง
โลกหลุดล่อนประหนึ่งสีเคลือบ เงาเต้นรำอยู่บนเพดาน
นกจากแดนไกลบินผ่าน ทิ้งไว้เพียงเสียงร้องที่ขาดห้วง
ส่วนตัวฉันร่วงหล่นอย่างไร้น้ำหนัก แยกไม่ออกว่านี่คือเสียงละเมอหรือการหลงทาง
03
ส่วน [3]
ส่วน [3]
...
03
ส่วน [3]
ส่วน [3]
ในเศษกระจกบานเก่า สะท้อนภาพความหลังที่ไม่อาจหวนคืน
ก้าวที่พลาดพลั้งเพียงหนึ่ง กลับฝังกลบหมู่ดาวด้วยน้ำมือตน
ฉันจึงถอยกลับสู่เงามืด พิพากษาตนให้ถูกจองจำชั่วนิรันดร์
ปิดประตูอันหนักอึ้งบานนั้น ท่ามกลางซากปรักหักพังแห่งการสำนึกตน
ก้าวที่พลาดพลั้งเพียงหนึ่ง กลับฝังกลบหมู่ดาวด้วยน้ำมือตน
ฉันจึงถอยกลับสู่เงามืด พิพากษาตนให้ถูกจองจำชั่วนิรันดร์
ปิดประตูอันหนักอึ้งบานนั้น ท่ามกลางซากปรักหักพังแห่งการสำนึกตน
04
ส่วน [4]
ส่วน [4]
...
04
ส่วน [4]
ส่วน [4]
ความเงียบงันกัมปนาทดั่งสายฟ้า เหงื่อกาฬไหลอาบชะล้างฝัน
ลึกลงไปในทรวงอก หัวใจที่เหี่ยวเฉากลับเริ่มเต้นรัว...
จู่ๆ ฉันก็เบื่อหน่ายกับความนิ่งสงบอันเป็นนิรันดร์นี้เสียแล้ว
ปรารถนาจะแหงนมอง ผืนฟ้าที่ฉันเคยสาปแช่ง และทอดทิ้งมันไปอีกครั้ง
ลึกลงไปในทรวงอก หัวใจที่เหี่ยวเฉากลับเริ่มเต้นรัว...
จู่ๆ ฉันก็เบื่อหน่ายกับความนิ่งสงบอันเป็นนิรันดร์นี้เสียแล้ว
ปรารถนาจะแหงนมอง ผืนฟ้าที่ฉันเคยสาปแช่ง และทอดทิ้งมันไปอีกครั้ง
05
ส่วน [5]
ส่วน [5]
...
05
ส่วน [5]
ส่วน [5]
ปลายนิ้วที่สั่นเทาเฝ้าควานหาทุกซอกมุม
ไร้ซึ่งเสียงสะท้อนของเหล็กกล้า ปราศจากไอเย็นของโซ่ตรวน
แท้จริงแล้ว ประตูบานนั้นมิเคยปิดลงเลย
ย่อมไม่จำเป็นต้องใช้กุญแจ และไม่ต้องเอ่ยคาถาอาคมใด
ไร้ซึ่งเสียงสะท้อนของเหล็กกล้า ปราศจากไอเย็นของโซ่ตรวน
แท้จริงแล้ว ประตูบานนั้นมิเคยปิดลงเลย
ย่อมไม่จำเป็นต้องใช้กุญแจ และไม่ต้องเอ่ยคาถาอาคมใด
06
ส่วน [6]
ส่วน [6]
...
06
ส่วน [6]
ส่วน [6]
เกลียวคลื่นสีทองซัดสาด พัดพาชุดนักโทษในจินตนาการให้หายไป
ภายนอกกรงขังนั้น หิมะอันชุ่มฉ่ำกำลังโปรยปราย ท่ามกลางแสงตะวันที่ทอดลงมา
ตรวนเหล็กที่ข้อมือนั้น เบาหวิวราวกับความว่างเปล่า
นักโทษผู้พันธนาการตน บัดนี้ได้ก้าวสู่เส้นทางแห่งการหวนคืน
ภายนอกกรงขังนั้น หิมะอันชุ่มฉ่ำกำลังโปรยปราย ท่ามกลางแสงตะวันที่ทอดลงมา
ตรวนเหล็กที่ข้อมือนั้น เบาหวิวราวกับความว่างเปล่า
นักโทษผู้พันธนาการตน บัดนี้ได้ก้าวสู่เส้นทางแห่งการหวนคืน